ประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บ

Tuesday, November 5th, 2013

ไข่เป็นอาหารที่ดีสำหรับดวงตา ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การรับประทานไข่วันละฟองอาจจะช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ทั้งนี้เนื่องมาจากสารคาโรทีนอยด์ที่อยู่ในไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารที่พบบริเวณตา โดยฉาบอยู่บนผิวของเรตินา เพราะร่างกายจะได้รับสารอาหารประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บทั้งสองอย่างนี้โดยตรงจากไข่มากกว่าอาหารชนิด อื่น

ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลดลง จากผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งนักวิจัยยังพบว่า คนที่กินไข่ทุกวันมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกน้อยลง อันเนื่องมาจากลูทีนและซีแซนทีนในไข่ดังได้กล่าวมาแล้ว
ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี จัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัมประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บ

ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44

ประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บการบริโภคไข่แต่พอสมควรจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อปริมาณคอเลสเตอรอล ยังมีการศึกษาพบเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การบริโภคไข่วันละ 2 ฟองเป็นประจำวันไม่มีผลกระทบต่อระดับไขมันในร่างกาย มิหนำซ้ำอาจประโยชน์ของไข่ ไข่ช่วยให้เป็นต้อกระจกน้อยลง ไข่ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม ไข่ดีต่อดวงตา ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บจะช่วยทำให้ไขมันดีขึ้น โดยผลการวิจัยกล่าวว่า ไขมันอิ่มตัวจะทำให้ระดับคอเรสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าคอเลสเตอรอลที่อยู่ ในอาหาร

ไข่ดีต่อเส้นผมและเล็บ เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูง รวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน

การกินเค็ม อาหารรสจัด โทษของการกินเค็ม โทษของอาหารรสเค็ม

Friday, November 1st, 2013

การกินเค็ม การกินเค็มพอดีจะช่วยขับร้อน แก้อาการเลือดออกตามไรฟัน บำบัดอาการท้องเฟ้อ ขับเสมหะ แก้ปวดฟัน ทำความสะอาดแผล ช่วยเรื่องอาการขัดเบาของร่างกาย เป็นต้น แหล่งที่มาของรสเค็ม โดยมากมาจาก เกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว ซอส และสาหร่ายทะเลบางชนิด  กินเค็มมากๆจะทำให้เกิดโรคดังต่อไปนี้
ความดันโลหิตสูง
รสเค็มจะทำให้ร่างกายมีการเก็บกักน้ำเพื่อ การสร้างความสมดุล จึงทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนช้า การคั่งของโซเดียมในร่างกายจึงทำให้ความดันโลหิตสูง

การกินเค็ม อาหารรสจัด โทษของการกินเค็ม โทษของอาหารรสเค็ม ร้อนใน กระหายน้ำ การกินเค็มจัดจะทำให้ระบบการดูดซึมอาหารใน ร่างกายทำงานหนัก ร่างกายที่ได้รับโซเดียมสูงกว่าปกติจะพยายามจะขับเกลือทิ้งออกทางเหงื่อ ปัสสาวะ จึงทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ร้อนใน รู้สึกแสบคอ ยิ่งกินเค็มมากๆอาจทำให้อาเจียน ท้องเดิน หรือเกิดอาการบวมน้ำได้

ภาวะการขาดน้ำ การกินอาหารรสเค็มมากเกินไปจะยิ่งเพิ่มภาวะเสี่ยงต่อการมีโซเดียมสะสมในร่างกาย และอาจก่อให้เกิดภาวะขาดน้ำ อย่างรุนแรงได้

อันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ

Tuesday, September 10th, 2013

 

ถั่วดิบ อาจจะมีพิษซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ได้ หากกินถั่วดิบมากจนเกินไปอาจจะทำให้เซลล์ตายได้ แต่ถ้าถั่วอันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ ผ่านการหุงต้มให้สุกก็จะทำลายสารพิษที่กล่าวได้

 

 

อันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ รวมไปถึงทั้งขนมเค้ก จะมีกรด Trans Fat สูง จะทำให้เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดเลว ในเลือด ลดไขมันชนิดดี และมันจะไปสะสมในผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดอุดตันและเพิ่มความเสี่ยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือดได้


ธัญพืช หากถ้าใครที่มีปัญหากับการย่อยโปรตีน Gluten ก็จะมีปัญหากับการย่อยธัญพืชซึ่งมีโปรตีนที่ว่านี้ คืออันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ ร่างกายจะทำปฏิริยากับโปรตีน Gluten จนทำให้ท้องเสีย และหากไม่หลีกเลี่ยงการกินโปรตีนที่ว่านี้ ก็อาจก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน ต่อมธัยรอยด์อักเสบ เบาหวาน และโรคซึมเศร้าได้อันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ

 

น้ำผึ้ง ไม่ควรจะให้ทารกกินน้ำผึ้ง เพราะในการคั้นน้ำผึ้งอาจจะมีแบคทีเรียติดค้างซึ่งเป็นอันตรายต่อทารก ทำให้ลำไส้อุดตัน และอาจจะเข้าไปในระบบเลือด ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานได้

 

มันฝรั่งกรุบกรอบ การผลิตมันฝรั่งกรุบกรอบทำให้เกิดสาร Acrylamide ทั้งนี้ ยังมีการทดลองกันยังไม่เพียงอันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ พอที่จะสรุปได้ว่ามันมีผลกับพันธุกรรมมากแค่ไหน แต่จากการทดลองกับสัตว์พบว่ามันกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมาก

 

ลูกอมแก้ไอ ยาอมแก้ไอมีน้ำมันหอมระเหย ถ้าหากทานในปริมาณมากก็อาจทำให้รู้สึกคลื่นเหียน อาเจียน และมีปัญหากับไต หรือหากมีเมนธอลมากเกินไป จะมีผลกับกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะไอันตรายจากอาหาร อันตรายที่ควรระวังจากอาหาร ถั่วดิบ มันฝรั่งทอดและคุกกี้ ธัญพืช น้ำผึ้ง ลูกอมแก้ไอ กาแฟ ด้

 

กาแฟ การดื่มกาแฟมากเกินไปอาจทำให้ใจสั่น อาเจียน ว้าวุ่น  หัวใจเต้นผิดปกติ และมีปัญหาเกิดขึ้นกับกระเพาะอาหาร หากใครดื่มกาแฟมากเกินไปเป็นประจำแล้วเลิกดื่มทันที อาจจะทำให้ปวดศีรษะ และในชาและโกโก้ก็มีสารชนิดเดียวกับกาแฟด้วย



                 

                
                

ผลไม้ที่ทานแล้วไม่แก่ อาหารทานแล้วไม่แก่ ผลไม้ที่ทำให้ไม่แก่ ผลไม้ที่ทำให้สวย ผลไม้รวม มะม่วง ฝรั่ง กล้วย อะโวคาโด ถั่วลิสง อาหารทะเล

Saturday, September 7th, 2013

641283-topic-ix-5ฝรั่ง หรือน้ำฝรั่ง วิตามินซีในฝรั่งจะช่วยเก็บรักษาคอลลาเจน ที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง ถ้ากินเป็นประจำจะช่วยเพิ่มวิตามินซี ซึ่งจะทำให้ดูอ่อนกว่าวัยมากถึง 5 ปีอะโวdoเลยนะค่ะ

อะโวคาโด  วิตามินบีในอะโวคาโด จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยได้เป็นอย่างดีเลยนะค่ะ

432089_389372757744882_328007900548035_1797753_539145893_nกล้วย  สามารถช่วยป้องกันผมร่วงได้ดี หากรับประทานกล้วยในปริมาณที่พอดี วิตามินบี ที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยรักษาเส้นผมให้แข็งแรงนะค่ะมะม่วง

มะม่วง  ในมะม่วงมีสาวเบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดี ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนังที่หยาบกร้านให้กลับมานุ่มเนียน ถ้าหากกินเป็นประจำจะทำให้ผิวเนียนใสเหมือนเด็กทารกเลยนะค่ะ

ถั่วถั่วลิสง  สามารถช่วยชะลอผมหงอกได้ดีนะค่ะ เพราะในถั่วลิสงมีวิตามินบี ที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผม และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วยอาหารทะเลค่ะ

อาหารทะเล หรือ สลัดผัก รวมไปถึงปลาแซลมอนในเกลือรมควัน ถ้าร่างกายได้กินเป็นประจำ จะช่วยทำให้หยุดปัญหาการหลุดลอกของผิวหนังได้เป็นอย่างดีนะค่ะ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วรีบไปหามารับประทานกันนะค่ะ

นมถั่วเหลือง กับ นมวัว ต่างกันอย่างไร นมไหนดีกว่ากัน

Friday, September 6th, 2013

 นมถั่วเหลือง กับ นมวัว ต่างกันอย่างไร นมไหนดีกว่ากัน

นมวัว พลังงานที่ได้จากนมวัว จะมีไขมันมากกว่านมถั่วเหลืองถึง 2 เท่า
คือ นมวัว 1 แก้วจะให้พลังงาน ประมาณ 170 แคลอรี่
ส่วนนมถั่วเหลืองจะให้เพียง 80 แคลอรี่ เท่านั้น แต่คนที่ดื่มนมถั่วเหลืองเติมน้ำตาลมาก จนมีรสหวานกว่านมสดรสหวาน ก็จะได้พลังงานทั้งหมดพอ ๆ กัน แม้ว่านมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียมที่น้อยกว่านมวัว แต่ให้ธาตุเหล็กและวิตามินบีหนึ่งที่มากกว่า
เราดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวไม่ได้ เพราะจะมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวอยู่มาก แต่หากมีการเสริมแคลเซียมลงในนมถั่วเหลือง
ก็เท่ากับว่าเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้สมบูรณ์มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเสริมก็ควรดื่ม
วันละ 1-2 แก้ว
หากเป็นนมถั่วเหลืองธรรมดาที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียมขอแนะนำให้ดื่มนมวัวบ้างประมาณวันละ 1-2 แก้ว สำหรับผู้ใหญ่หรือ 2-3 แก้วสำหรับเด็ก เช่นเดียวกับหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อจะได้แคลเซียมอย่างเพียงพอ
 นมถั่วเหลือง กับ นมวัว ต่างกันอย่างไร นมไหนดีกว่ากันกับความต้องการของร่างกายใภาวะนั้น ๆ

นมถั่วเหลือง ในเรื่องของ โปรตีน ถ้าทำน้ำถั่วเหลืองจากสูตร ถั่วเหลือง 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน จะได้โปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว คือ ดื่มนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะได้โปรตีน ประมาณ 6 กรัม (นมวัว 1 แก้ว จะได้โปรตีนประมาณ 7 กรัม)แต่คุณภาพโปรตีนในนมวัวมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของ โปรตีนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองที่มาจากพืช แต่คุณภาพของ
โปรตีนในนมถั่วเหลือง ก็สามารถเสริมให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเติมเครื่องต่าง ๆ อย่างที่นิยมกัน เช่น ลูกเดือย สาคู ถั่วแดงลงไป ได้ทั้งความอร่อยแถมคุณค่าของโปรตีนสมบูรณ์ขึ้น